
พระมหาเทวราชโพธิสัตว์ท้าวจตุคามรามเทพ
และ พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม รุ่น สร้างบารมี
มหาเศรษฐี จัดสร้างโดยพิพิธภัณฑ์ท้าวจตุคามรามเทพ
หาดใหญ่
1. ทำไมจึงตั้งชื่อวัตถุมงคล ว่า สร้างบารมี
มหาเศรษฐี (สร้างบารมี ยุค8 )
ที่ผ่านมายังไม่มีใครใช้คำว่า
สร้างบารมี และที่สำคัญคำนี้ มีความเกี่ยวข้องกับ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต
พรหมรังสี ซึ่งเจ้าประคุณ สมเด็จฯ เป็นผู้ที่มีผู้คนนับถือมากมายทั่วประเทศไทย
และเจ้าของคาถาชินบัญชร ที่โด่งดัง ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ เคยกล่าวไว้ว่า
ลูกเอ๋ย ก่อนจะเที่ยวไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด
เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือ บารมีของตนลงทุนไปก่อน เมื่อบารมีของเจ้าไม่พบจึงค่อยไปขอยืมบารมีคนอื่นมา
ช่วย มิฉะนั้น เจ้าจะ เอาตัวไม่รอด พราะหนี้สินในบุญบารมี
ที่เที่ยวไปขอยืมจนล้นตัว เมื่อทำบุญทำกุศลได้บารมีมา ก็ต้องเอาไปผ่อน
ใช้หนี้เขาจนหมด ไม่มีอะไรเหลือติดตัวแล้ว เจ้าจะมีอะไรไว้ในภพหน้า
หมั่นสร้างบารมีไว้แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง
.
จงจำไว้นะ
เมื่อยัง ไม่ถึงเวลาเทพเจ้า องค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้
ครั้นถึงเวลาทั่วฟ้าจบ ดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน
เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า
ส่วนคำว่า มหาเศรษฐี
ต่อท้าย เป็นคำมงคล กับชีวิตมนุษย์ทั้งหลาย ทุกคนเมื่อสร้างบารมี
สำำเร็จผล ย่อมได้อานิสงค์ ความร่ำรวย เป็นมหาเศรษฐี ในอนาคตได้
ส่วนคำว่า สร้างบารมี ยุค ๘
เป็นการกล่าวถึง พลัง ๘ทิศ ๒๔ ราศี มีพลังเป็นยุคๆรวม
๙ ยุค ยุคหนึ่งมี ๒๐ ปี ปัจจุบันคือ ยุค ๘ เริ่มตั้งแต่ ๔
กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ จนถึงวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ รวม ๒๐ ปี
พลังแห่งดาว ๙ ยุค กฎเกณฑ์ของพลังดาว ๙ ยุค ในปีปัจจุบัน ขึ้นต้นด้วยดาวยุค
๘ เป็นพลังของดาวธาตุดินที่รองรับสรรพสิ่งในโลก ดังมีรูปดังนี้
ใต้้
ออก/ใต้ 7 3 5 ตก/ใต้
ออก 6 8 1 ตก
ออก/เหนือ 2 4 9 ตก/เหนือ
เหนือ
2. วัตถุประสงค์ในการสร้างวัตถุมงคล
รุ่น สร้างบารมี ยุค ๘
ในการสร้างวัตถุมงคลครั้งนี้ ถือว่าเป็นความตั้งใจในแรงศรัทธาสูงมากของผู้จัดสร้าง
ซึ่งมีวัตถุประสงค์
1.นำรายได้ เพื่อจัดสร้างวิหารองค์เจ้าแม่กวนอิม วัดโคกศักดิ์
อ.สะเดา จ. สงขลา
2. สร้างเทวสถานองค์พ่อจตุคามรามเทพ ที่วัดโสภณคุณาราม อ.สิงหนคร
จ. สงขลา
3.สมทบทุนในการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ท้าวจตุคามรามเทพ เพื่อเปิดโอกาส
ให้ประชาชนทั่วไป ได้เข้ามา ศึกษา ประวัติ องค์พ่อจตุคามรามเทพ
ตลอดจนศึกษา งานพุทธศิลป์ ขององค์พ่อจตุคามรามเทพ รุ่นต่างๆ
ที่ได้สร้างมาตั้งแต่ ปี 2530 จนถึงปัจจุบัน และเปิดให้ กราบไว้บูชาองค์พ่อจตุคามรามเทพ
และ
4. เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งทูลเกล้า ถวายในหลวง เนื่องในวโรกาสที่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา
3.
ใครเป็นผู้ออกแบบ วัตถุมงคล รุ่นสร้างบารมี ยุค ๘
ย้อนกลับไปปีกว่าเกือบ ๒ ปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเดินทางไปเกาะยอ
จ.สงขลา และได้ขับรถขึ้นไปบนเขา ซึ่งมีเจดีย์เขากุฎ โดยได้พบกับคุณชัยวุธ
สังข์ศิลป์เลิศ ผู้ออกแบบการบูรณะเจดีย์เขากุฎ ขึ้นใหม่
และเมื่อ ๒ เืดือนที่ผ่านมา ประมาณ เดือน มีนาคม ๒๕๕๐ ได้พบกับ
อีกครั้ง และได้พูดคุยว่า กำลังคิดจะสร้าง พระมหาเทวราชโพธิสัตว์
จตุคามรามเทพ และ พระอวโลกิเตศวรมหา โพธิสัตว์กวนอิม จึงชวนให้มาช่วยออกแบบ
ซึ่งตอนนั้น คุณชัยวุธ สังข์ศิลป์เลิศ กำลังออกแบบ ศาลหลักเมือง
จ. พัทลุง และรับปากว่า เมื่อออกแบบเสร็จ จะมาร่วมออกแบบ จตุคามรามเทพ
และพระโพธิสัตว์กวนอิม
คุณชัยวุธ สังข์ศิลป์เลิศ ประวัติ เป็นนักเรียน ร่วมชั้นเดียวห้องเดียว
กับ อาจารย์เฉลิมชัย โฆสิตพิพัฒน์ ผู้ออกแบบสร้างวัด ร่องขุ่น
จ.เชียงราย
4.
ตอนแรก ตั้งใจออกแบบวัตถุมงคล จตุคามรามเทพและพระโพธิสัตว์กวนอิม
ให้อยู่ในองค์เดียว กัน แล้วเกิดการยกเลิกเสีย โดยให้สร้างพระโพธิสัตว์กวนอิมแยก
ต่างหาก
จากการบอกกล่าว ผ่านร่างทรงองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ณ ศาลเจ้าแม่กวนอิม
มูลนิธิเมตตาธรรม พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิม อ.หาดใหญ่
จ.สงขลา ได้บอกกล่าวว่า ถึงแม้ว่า องค์จตุคามรามเทพเป็นพระโพธสัตว์เหมือนกัน
แต่ก็อยู่ระดับต่ำกว่า พระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งไม่สมควร ที่จะประทับอยู่ในองค์เดียวกัน
ดังนั้น ผู้จัดสร้างเห็นสมควร ที่จะสร้างพระโพธิสัตว์กวนอิม
แยกเป็นอีกองค์ ต่างหาก
5.
รูปแบบ และ ความหมาย การสร้าง พระเทวราชโพธิสัตว์ ท้าวจตุคามรามเทพ
และ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิม
ด้านหน้า
ของวัตถุมงคลพระเทวราชโพธิสัตว์ท้าวจตุคามรามเทพ
พระเทวราชโพธิสัตว์ท้าวจตุคามรามเทพ ประทับนั่งอยู่ตรงกลาง
โดยมี พญางู อยู่ข้างละ ตัว โดยมีตัวหนึ่งอมลูกแก้ว
ด้านหน้าของ วัตถุมงคล พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิม
พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิม ประทับนั่งอยู่ตรงกลาง บนดอกบัว
และมี มังกร 2 ตัวอยู่ข้างละหนึ่งตัว
มีสัญญลักษณ์กลีบดอกบัว ล้อมรอบเป็นวงกลมล้อมรอบ โดยมีสัญลักษณ์
12 นักษัตร อยู่บนกลีบดอกบัว
ด้านหลัง ของวัตถุมงคล พระเทวราชโพธิสัตว์ท้าวจตุคามรามเทพ
พระบรมธาตุเจดีย์ มีธรรมะนิยามอยู่มากมาย เช่นฐาน 4 ด้าน และ
รัตนเจดีย์ 4 มุม คือ อริยสัจจ์ 4
ที่ลงเลข 8 คือ มรรคมีองค์ 8
ปล้องไฉน มีจำนวน 52 ปล้อง หมายถึง หมายถึงอายุเวลาของพุทธศาสนา
เป็น 52 ศตวรรษ
ปลียอดทองคำ หนึ่งเดียวสูงสุดคือ นิพพาน
สัญลักษณ์ 12 นักษัตร ล้อมรอบ พระบรมธาตุเจดีย์
ที่ใต้ฐานพระธาตุเจดีย์ มี ราหู องค์ใหญ่
ด้านหน้าของ วัตถุมงคล พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิม
มีสัญญลักษณ์กลีบดอกบัว ล้อมรอบเป็นวงกลมล้อมรอบ โดยมีสัญลักษณ์
12 นักษัตร อยู่บนกลีบดอกบัว
มีกลุ่มดาวฤกษ์ 27 กลุ่ม และ มีสัญลักษณ์ยุค 8โดยมีธาตุ 8ทิศล้อมรอบ
จากการบอกเล่าของร่างทรง พระโพธิสัตว์กวนอิม เห็นด้วยกับการนำสัญลักษณ์ยุค
๘ มาไว้ด้านหลังเจ้าแม่กวนอิม
5.
ขนาดของวัตถุมงคล การสร้าง พระเทวราชโพธิสัตว์ ท้าวจตุคามรามเทพ
และ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิม
วัตถุมงคลที่เป็นเนื้อผงว่าน พิมพ์ใหญ่ และเหรียญบาตรน้ำมนต์
มีขนาด 5.3 ซม. ส่วนที่เป็นเนื้อผงว่าน พิมพ์เล็ก และเหรียญ
มีขนาด 3.5 ซม. เมื่อนำมารวมกันมีค่าเป็นเลข8 ซึ่งเป็นเลขมงคลของชาวจีน
ส่วนทางพุทธศานา หมายถึงมรรค8 นั่นเอง
จากการบอกผ่านร่างทรงของเจ้าแม่กวนอิม
เห็นด้วย และบอกว่า ผู้จัดสร้างได้คิดเลขที่ลงตัวมากในการจัดสร้าง
6. พระอาจารย์ บุญส่ง เป็นเจ้าพิธี ในการจัดสร้างครั้งนี้
ผมได้มีโอกาสได้รู้จัก กับพระอาจารย์ และ ได้คุยกัน อัธยาศัยดี
เข้าใจกันง่าย มาก ท่านไม่ถือตัว จากการสอบถามประวัติของท่าน
ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดวิเชียรบำรุง จ.เพชรบูรณ์ ที่ผ่านมา ท่านเป็นผู้ทำพิธีใหญ่ระดับชาติ
เป็นผู้ทำพิธีบวงสรวง สนามบินสุวรรณภูมิ
และ ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 25 พค.2550 ท่านได้เป็นผู้บวงสรวง
และเจ้าพิธี และจุดเทียนชัย ให้กับการสร้างจตุคามรามเทพ รุ่น
สันติใต้ ดับไฟใต้ สันติใต้ ให้กับ สมาคมสร้างครอบครัวให้อบอุ่น
โดย มี นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคม
ซึ่งในวันนั้น พระอาทิตย์ทรงกลดที่ศาลหลักเมือง นครศรีฯ เป็นเวลาเกือบ
5 นาที และในวันนั้น มีฝูงแมลงคล้ายผึ้ง นับแสนตัวบินเข้ามา
ในบริเวณศาลหลักเมือง ทำให้ชาวบ้านแตกตื่น เชื่อว่าเป็นปาฎิหาริย์
องค์จตุคามรามเทพ
7. ทำไม พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิม
จึงไม่ใช้ มวลสาร ดินกากยายักษ์สีดำ
จากการ คุยกับร่างทรงเจ้าแม่กวนอิม เห็นสมควรไม่ควรใช้
มวลสารสีดำ จึงใช้มวลสารสีขาวเป็นหลัก จะไม่ใช้
มวลสารดินกากยายักษ์ซึ่งมีสีดำ
8. มวลสารที่ใช้ในการจัดสร้างเป็นมวลสารศักดิ์สิทธิ์จาก
พระธาตุประจำปีเกิด 12 นักษัตร
ในครั้งนี้ ต้องขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน
ที่ได้ส่งมวลสาร จากพระธาตุประจำปีเกิด มาให้กับผู้จัดสร้าง
สาเหตุ ที่ต้องใช้มวลสารดังกล่าว เพราะ มีความเกี่ยวข้องกับ
ปี 12 นักษัตร เริ่มต้นที่
ปีชวด เป็นปีแรกของปีนักษัตร มีสัญลักษณ์เป็น"หนู"
พระธาตุประจำปีเกิดนี้ จะได้พระธาตุศรีจอมทอง แห่งวัดพระธาตุศรีจอมทอง
ตั้งอยู่ ณ.อำเภอ จอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ พระธาตุนี้มีลักษณะสถาปัตยกรรมล้านนา
สกุลช่างเชียงใหม่ แม้จะมีขนาดที่ไม่ใหญ่โตนักแต่ก็งดงาม นอกจากนั้นยังมีคามสำคัญมาตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน
ปีฉลู มีลักษณะทางสัญลักษณ์เป็นรูป"วัว"
พระธาตุประจำปีเกิดนี้คือ พระธาตุลำปางหลวง แห่งวัดพระธาตุลำปางหลวง
ตั้งอยู่ในอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง พระธาตุแห่งนี้เป็นศิลปะสถาปัตยกรรมสกุลช่างลำปาง
ปรากฏอิทธิพลไทลื้อ วัดพระธาตุลำปางหลวงเลื่องลือในปาฎิหาริย์ของพระธาตุที่สะท้อนเป็นภาพกลับหัวในพระวิหารและมณฑป
ปีขาล มีสัญลักษณ์เป็นรูป"เสือ"พระธาตุประจำปีเกิดคือพระธาตุช่อแฮ
แห่งวัดพระธาตุช่อแฮ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เป็นพรธาตุสำคัญและเป็นพระธาตุประจำเมือง
มีลักษณะทางศิลปสถาปัตยกรรมแบบล้านนา สกุลช่างเมืองแพร่ สกุลช่างนี้หากพิจารณาในรายละเอียดจะพบอิทธิพลศิลปสุโขทัยแอบแฝงอยู่
ลักษณะทางกายภาพจะมีความชะลูดประกอบกับตำแหน่งที่ตั้งเป็นเนินเขา
จะทำให้คนเห็นได้แต่ไกล
ปีเถาะ มีสัญลักษณ์เป็น"กระต่าย"พระธาตุประจำปีเกิดคือ
พระธาตุแช่แห้ง แห่งวัดพระธาตุแช่แห้ง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน
สกุลช่างเมืองน่านจะปรากฏอิทธิพลล้านนาเมืองเชียงรายและไทลื้อ
สำหรับพระธาตุแช่แห้งนี้หากลงลึกในรายละเอียดจะพบฝีมือช่างพื้นเมืองไทลื้อผสมกันอย่างลงตัว
พระธาตุแช่แห้งมีทรงค่อนข้างสูงแต่มีความละมุนละไมจากเส้นรูปทรงแตกต่างไปจากเมืองแพร่
ปีมะโรง มัสัญลักษณ์เป็น"งูใหญ่"อันหมายถึงพญานาค
หรือมังกร พระธาตุประจำปีเกิดนี้คือ พระธาตุพระสิงห์ แห่งวัดพระสิงห์
อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ วัดพระสิงห์เป็นวัดใหญ่และสำคัญมากที่อยู่กลางเมือง
สถาปัตยกรรมภายในวัดนี้จัดว่างดงามมาก ด้วยเป็นฝีมือช่างหลวงของนครเชียงใหม่
พระธาตุจะมีขนาดใหญ่นัก และตั้งหลบอยู่ภายในมีการตกแต่งน้อยถือว่าเป็นความงามที่เรียบง่าย
ปีมะเส็ง มีสัญลักษณ์เป็น"งูเล็ก"
สำหรับพระธาตุประจำปีเกิดนั้นอยู่ไกล นั่นคือพระมหาเจดีย์พระพุทธคยา
ประเทศอินเดีย อันเป็นปูชณียสถานที่สำคัญมาแต่โบราณเนื่องจากสถานที่ประดิษฐานจะอยู่ไกล
คนโบราณจึงใช้เจดีย์เจ็ดยอดของเมืองเชียงใหม่แทน และมาภายหลังมีการจำลองมหาเจดีย์ฯมาสร้างขึ้นที่วัดอนาลโย
จังหวัดพะเยา ซึ่งทำให้คนที่มีศรัทธาจะไปนมัสการทำได้ง่ายขึ้น
ปีมะเมีย มีสัญลักษณ์เป็น"ม้า"
พระธาตุปีเกิดจะได้แก่พระธาตุชเวดากอง แห่งเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์
เจดีย์นี้มีการต่อเติมมากมายหลายหลัง ทำให้รูปแบบพัฒนาไปเรื่อยๆ
ลักษณะสุดท้ายได้มีลักษณะเป็นศิลปพม่าอย่างเต็มที่และมีอายุร่วมสมัยทางศิลปะกับรัตนโกสินทร์ตอนต้น
จากเดิมที่เป็นศิลปมอญ ร่วมสมัยอยุธยาของเรา
ปีมะแม มีสัญลักษณ์เป็น"แพะ"
พระธาตุประจำปีเกิดนี้คือพระธาตุดอยสุเทพ แห่งวัดพระธาตุดอยสุเทพ
อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พระธาตุนี้เป็นพระธาตุสำคัญของเมืองเชียงใหม่
และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนล้านนา ลักษณะทางศิลปะสถาปัตยกรรมจะเป็นแบบล้านนา-เชียงใหม่
ตั้งอยู่บนภูเขา ทำให้เจดีย์ดูงดงามและเด่นชัด
ปีวอก มีสัญลักษณ์เป็น"ลิง"พระธาตุประจำปีเกิดนี้เป็นพระธาตุที่แตกต่างไปจากพระธาตุอื่นๆที่กล่าวมา
นั้นคือพระธาตุพนม แห่งวัดพระธาตุพนม อำเภอนครพนมจังหวัดนครพนม
พระธาตุนี้เป็นพระธาตุที่มีความสำคัญต่อประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขง
มีลักษณะพื้นเมืองของอาณาจักรโคตรบูรณ์โบราณ ได้มีปรับปรุงมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยอยุธยา
ในปีพุทธศักราช ๒๕๑๗ ได้ล้มลงยังความเศร้าโศกแก่ประชาชนชาวไทย-ลาวเป็นอย่างมาก
ต่อมาได้บูรณะปฎิสังขรณ์ ตามลักษณะเดิมแล้วเสร็จในปีพ.ศ ๒๕๑๙
ปีระกา มีสัญลักษณ์เป็น"ไก่"พระธาตุประจำปีเกิดจะเป็นพระธาตุหริภุณชัย
จังหวัดลำพูน ศิลปกรรมล้านนา สกุลช่างลำพูนนี้มีทั้งที่มีอิทธิพลจากลพบุรี(ละโว้)และอิทธิพลเมืองใหม่
จึงมีลักษณะที่งดงามและลงตัว
ปีจอ มัสัญลักษณ์เป็นรูป "สุนัข" พระธาตุประจำปีนี้เดิมเป็นพระธาตุจุฬมณี
ซึ่งเชื่อว่าประดิษฐานอยู่บนสวรรค์ มาภายหลังได้มีการสร้างพระธาตุเกตุแก้วจุฬามณี
ที่วัดเกตุการราม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จึงใช้พระธาตุนี้แทน
ศิลปะสถาปัตยกรรมเป็นแบบล้านนารุ่นหลัง
ปีกุน มีสัญลักษณ์เป็นรูป"สุกร"แต่คนล้านนาจะใช้"ช้าง"
พระธาตุประจำปีเกิดคือพระธาตุดอยตุง แห่งวัดดอยตุง จังหวัดเชียงราย
เมืองเชียงรายเป็นเมืองเก่าแก่ร่วมสมัยกับสุโขทัยและเชียงใหม่
มีสัญลักษณ์ล้านนาผสมผสานกับอิทธิพลพื้นเมือง ปูชนียสถานในเมืองเชียงรายจะมีขนาดไม่
ใหญ่และมักให้ความรู้สึกสงบและสัญโดษ
|